พระธาตุภูริทัต บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ประวัติพระสารีบุตร

พระสารีบุตร

พระสารีบุตร เป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศกว่าพระสงฆ์ทั้งปวง        ในด้านสติปัญญา นอกจากนี้ พระสารีบุตรยังมีคุณธรรมในด้านความกตัญญู และการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่พุทธศาสนา      อีกด้วย จึงมีคำยกย่องภิกษุรูปนี้ว่าเป็น “ธรรมเสนาบดี” คู่กับพระพุทธเจ้าที่เป็น “ธรรมราชา”

พระสารีบุตรใช้เวลาล่วงเลยไปครึ่งเดือนนับจากวันบวช ท่านไปอยู่ในถ้ำสุกรขาตา กรุงราชคฤห์กับพระพุทธเจ้า เมื่อพระศาสดาทรงแสดงเวทนาปริคคหสูตร แก่ทีฆนขปริพาชก ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตร ท่านก็ได้ส่งญาณพิจารณาตามพระเทศนาก็ได้บรรลุที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณ (อรหันตมรรค) เหมือนคนได้บริโภคข้าวที่จัดไว้เพื่อคนอื่น หลานของท่านบรรลุโสดาปฏิผล 

ก่อนที่ท่านจะนิพพาน ท่านพระสารีบุตรพิจารณา เห็นว่าอายุสังขารจวนจะสิ้นแล้ว ปรารถนาจะไปโปรดมารดา (คือนางสารี)      ที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่ และยังมีความขัดเคืองต่อพระพุทธศาสนา เพราะเหล่าน้องๆของท่านได้หนี เข้ามาบวช จนไร้ผู้สืบ สกุล จึงกราบทูลลานิพพานกับพระพุทธองค์ว่าจะนิพพานที่บ้านเกิด

เมื่อท่านไปถึงบ้านเดิมแล้ว ได้เกิดปักขันทิกาพาธขึ้น ในคืนนั้น ในเวลาที่พระสารีบุตรกำลังอาพาธอยู่นั้น ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่  ท้าวสักกะเทวราช และ ท้าวมหาพรหม ก็ได้เสด็จลงมา เข้าเยี่ยมท่านเป็นครั้งสุดท้าย มารดาได้เห็นเข้าจึงถามพระสารีบุตร     เมื่อท่านตอบ ก็ทำ ให้มารดาคิดว่า บุตรชายคนโต ของตนมีอานุภาพมาก ขนาดทำให้เหล่าเทวดาและพรหมที่เชื่อว่าเป็นเทพ. สูงสุด ในศาสนาพราหมณ์ต่างก็มาไหว้ และพระพุทธเจ้าที่เป็นพระศาสดาของบุตรชายคนโตของตน จะมีอานุภาพขนาดไหน  ทำให้จิตของมารดาน้อมไปในทาง พระพุทธศาสนา พระสารีบุตรก็ได้เทศนาโปรดมารดา จนนางสารีได้บรรลุโสดาบัน

คืนนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนสิบสอง พระสารีบุตรก็ปรินิพพานในห้องที่ท่านเกิด รุ่งขึ้นพระจุนทะ (ผู้เป็นน้อง) ได้ทำ ฌาปนกิจสรีระพระเถรเจ้า เสร็จแล้วเก็บ อัฏฐิธาตุ นำไปถวายพระบรมศาสดา ณ วัดเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี พระพุทธองค์โปรดให้     ก่อเจดีย์ บรรจุอัฏฐิธาตุของ พระสารีบุตร ไว้ ณ ที่นั้น

0 Comments

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *